วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นิราศ 4.0 สุพัตรา รำพึง

นิราศ 4.0 สุพัตรา รำพึง
            สูงเนินพาร่ำไห้               ใจหวิว
เคยผ่านไปชมวิว                         ป่ากว้าง
ทุกคราผ่านพาลหิว                      ลูกตาล
ตาลพี่หวานบ่ขว้าง                       ไป่ทิ้งเสียดาย
            ลูกตาลงามทุกต้น ตาลหวาน
ตาลไม่เคยเจือนจาน                     กลิ่นคุ้ง
หอมตาลบ่เลือนลาน                    ทุกที่
พิศพี่หวานหอมฟุ้ง                      ดั่งต้นตาลหวาน
            ชาวนาพาปลูกพืช            พันธุ์ปลา
เป็นดั่งชีพเยียวยา                        กลิ่นคุ้ง
ปลางามบ่โรยรา                          แวกว่าย
ปลาที่ขายอ่างเกลี้ยง                     บัดนี้คนจอง
            ถึงสมเด็จเด็ดยิ่ง               รถลา
วนวิ่งสวนไปมา                          เจื่อยแจ้ว
รถสวยต่างนำพา                         คนเที่ยว
จวนที่จะถึงแล้ว                           ที่พักหลับนอน
            ถึงไฟแดงต่างต้อง           หยุดรถ
ยังบ่ถึงก็จด                                 จ่อแจ้ง
มองไฟที่แดงสด                          จดจ่อ
รอเปลี่ยนเป็นเขียวแย้ง                 แต่งตั้งบอกไป
            คนเดินมาทั่วหน้า            ตามทาง
คนที่ขายลูกยาง                           ห่างห้อง
คนขายที่ยืนกลาง             ริมฝั่ง
เริงร่าพาใจก้อง                           แต่งแต้มสีสัน
            กลางคืนงามยิ่งล้ำ            แสงไฟ
เหงาบ่เคยลืมไกล            หมู่บ้าน
คนเหงาห่างดวงใจ                      ใจฝ่อ
เงียบบ่คลายหลายล้าน                  ต่างเฝ้าวันจบ
            ปากทางกลางสี่แยก          วนเวียน
จำจากมาพากเพียร                       เพื่อสู้
ทางไกลครึ่งทางเรียน                   เพียรอ่าน
ใจบ่เคยหยุดรู้                              เร่งร้อนเรียนไป
            ถึงทางกลางป่าไม้            คลายเหงา
ใจต่างรีบหอบเอา             ผ่อนผ้า
พลางหอบวิ่งเหมือนเขา               ไปเก็บ
เห็นแม่กลางแขนอ้า                     โอบกอดลาไกล
            ใจคิดถึงแม่แท้                 กลางคืน
พลางบ่นอนมายืน                       นอกห้อง
เผลอใจไป่ทนฝืน             ยินดี

มองเมฆพลางยืนจ้อง                   ปลาบปลื้มยินดี

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นิราศ4.0 สุพัตรา รำพึง

นิราศสุพัตรา รำพึง ตอนที่ 4
ค้อนามหน่อชื่อบ้าน        เรียมแล
ขับไป่มิยอมแพ้                                 เร่งรีบ
สายตาส่องแน่วแน่                          ตัวด่าน
เพราะบ่อยากเสียชีพ                      ไป่เบี้ยเงินทอง
                หมู่บ้านจานเลืองชื่อ        ลือนาม
ขายไป่ที่เขตคาม                               แน่แท้
ทอดขายอยู่ริมทาง                          ข้างเคียง
กล้วยไข่ทอดริมทาง                       บ่ง่วงเชิญชิม
            โพนตะการหมี่ผ้า              แพรวา
สวยสะอาดงามตา                          เก่าเกื้อ
ของนางชื่อทั่วฟ้า                           เกินกล่าว
แม่ท่านามหน่อเพียง                    โอบเอื้ออารี
            จอดดูมวลหมู่ผ้า                 เสร็จสิ้น
ขับเคลื่อนบนโยธิน                      บ่ช้า
เร่งรีบไป่บ่ชิน                               ต่างบ้าน
นามชื่อหมู่บ้านค้า                        ขับเคลื่อนตามทาง
            สูงเนินเป็นป่าบ้าน          ฤาชัย
ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม                    ต่ำผ้า
สายใยทอมีไซร้                            คงมั่น
ก็พอไป่หน่อหน้า                        ถิ่นใกล้เมืองเรา
            จวบจนเจอหมู่บ้าน          ชานเมือง
มีชื่อมีนามเลือง                            ทั่วหล้า
ตามมีต่างจุนเจือง                         ปัดเป่า
คอยช่วยคอยหนุนหน้า               พี่น้องของเรา
            ขับไปเจอทุ่งหญ้า              ตามทาง
หวนกลิ่นหวนรวงราง                  เหล่าข้าว
หอมชวนไม่เจือจาง                       ทุกแหล่ง
หอมไป่หอมนาล้ำ                         ทุกทั่วแปลงนา
                หอมนานหอมหน่วยเย้า   สีทอง
หอมดุจชวนเหลียวมอง                  ยิ่งล้ำ
หอมดุจใคร่ครวญครอง                  นานยิ่ง
หอมพี่ดุจดอกช้ำ                              ยอกเย้านงคราญ
            บางนาบางทุ่งช้ำ                 ตานอง
บางบ่สมควรมอง                            แน่แท้
เหลือเพียงห่วงใจสอง                   เหลืออยู่
หมดเรี่ยวแรงยอมแพ้                      อ่อนล้าใจกาย
            ฝนมาพาน้ำท่วม                  ใจคน
เหมือนดั่งฝนตกลง                        กล่างแจ้ง
ใจจำย่อมยอมทน                            ขวานขวาย
นาต่างถึงคราวแล้ง                      แต่แต้มสีสัน

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เพลงนิราศบ้านเกิด


เพลง ลาพี่หนีไปตามฝัน

ทำนอง: เพลงนิราศนครปฐม
คำร้อง : ไพรวัลย์ ลูกเพชร
เนื้อเพลง: สุพัตรา จันทะบาล

มอไซต์ สีจาง
ขับตามทาง สายกาฬสินธุ์
ผ่านไป ใจแผ่วได้ยิน
สิ้นปี จะพบกันใหม่
เมื่อเดือน สิบสอง
ทุกปีต้อง ร่วมงาน ประจำ
กราบบักเฮ้า เที่ยวเขื่อนน้ำดำ
ได้พบ พี่ญา ช่างน่าสุขใจ
ขอลา บ้านป่า
ไปตามหา ความฝัน
จะไม่ลืมพี่คนนั้น
สักวัน จะย้อน มาใหม่
ไม่ลืม รอยยิ้ม
จะเป็นแม่พิมพ์ที่แสนห่วงใย
จะกลับมาบ้านมาบอกใครๆ
ให้เขาชื่นใจในใบปริญญา
ฝาก หัวใจ
ไว้ที่พ่อคนดี
ขอให้อยู่ กับน้อง คนนี้
อย่าให้มี ใครลอบ มาควง
ย้อนมา ครั้งหน้า
จะมา หอมแก้ม ตากลม
จะหิ้ว ผ้าไหม
ที่เขา นิยม
มาฝาก ให้พี่
พร้อมหมี่ ภูไท
มอไซต์ สีจาง
ขับตามทาง สายกาฬสินธุ์
ผ่านไป ใจแผ่วได้ยิน
สิ้นใจ ให้หวน คิดถึง
ผ่านแยก ไฟแดง
คิดถึง ฟักแฟงที่พี่ชอบทาน
เหลือบเห็นคู่
จู้จี๋ พาที
คิดถึง คนดี ที่บ้านเรา


 นางสาวสุพัตรา  จันทะบาล ปี ๔ หมู่ ๒ รหัสนักศึกษา ๕๗๒๑๐๔๐๖๒๒๒

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

นิราศ 4.0 สุพัตรา รำพึง

นิราศ 4.0 สุพัตรารำพึง
ตอนที่ 3
จวบจนถึงกึ่งบ้าน        เมืองงาม
มีชื่อเสียงเรียงนาม                   ต่างรู้
สามหมอก่อเกิดตาม                คนเล่า  ตำนาน
เราต่างเคยยินได้                      แซ่ซ้องสรรเสริญ
สามหมอมีพ่อเฝ้า         ดูแล
เหมือนที่มีไหมแพร                 ห่มให้
ยามเจ็บป่วยดูแล                      เอาใส่
ลูกบนบันดาลไหว้                   พ่อให้สมหวัง
เคยซบอิงไหล่เจ้า         ทุกวัน
เคยนั่งพูดคุยกัน                       ค่ำเช้า
จำใจผ่านคืนวัน                       ไหวสั่น คิดถึง
ตัวพี่คงปวดร้าว                       สั่นไข้เพราะใจ
หนองลุมพุกเจื่อยแจ้ว  เสียงนก
เสียงส่งพาใจตก                      ต่างใต้
ใจเราดั่งตัวครก                       ถูกสั่น กระแทก
ลมต่างพัดมาใกล้                     ร่ำไห้ใจหวิว
            ขับมาถึงป่าไม้             ริมทาง
ริมที่มียูงยาง                             ห่างกั้น
มองไปที่โกงกาง                     โตอยู่ ริมห้วย
ใจก็ถูกปลูกปั้น                        หวั่นคิดถึงเจ้า
สะพานยาวเลื่องล้ำ       งามตา
งามชื่นชมนานา                       แหล่งน้ำ
ฝูงปลาว่ายแหวกมา                  เป็นหมู่
คนต่างบอกงามล้ำ                   ต่างต้องรีบตัก
ถึงหนองกุงใหญ่ล้ำ      แดนดิน
คนไป่งามอาจิณ                      แช่มช้อย
ชายหญิงนั่งดีดพิณ                  เป็นกลุ่ม
รวมส่งเสียงเรียงร้อย                เพราะพริ้งน่าฟัง
สองทางเป็นทุ่งน้ำ       นาคน
งามบ่เกินบรรดล                     เล่าอ้าง
เสียงคนเล่าระคน                     ไปสู่ แดนไกล
เก็บเกี่ยวเองเลิกจ้าง                 ต่างตัดเม็ดพันธุ์
สามชัยคนใฝ่รู้             พากเพียร
เลยผ่านไปโรงเรียน                  แจ่มแจ้ง
นักเรียนเร่งรีบเขียน                 งานส่ง
ครูไปรีบมาแจ้ง                       ข่าวข้นคะแนน
ตัวเราควรมุ่งมั่น           เอาใจ
เรียนเล่นปนกันไป                   ไม่ได้
ควรเรียนดั่งเพียรใส่                 ในงาน

พาลอย่าขาดเหมือนด้าย           อ่อนบิ้นขาดรอน

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

นิราศ 4.0 สุพัตรา รำพึง


นิราศสุพัตรา รำพึง ตอนที่ 2
ถึงนาแกแซ่ซ้อง        เสียงสุ นัขนา
ยังบ่ถึงก็รู้                                   เหนื่อยล้า
เพียงมองผ่านศาลสุ                  เสาวยศ
มีชื่อลือสลด                               ไม่แพ้    ใครใคร
นาแกมีชื่อล้ำ               นำใคร
เสียงนามเลื่องลือไป                   ทั่วทิศ
สาวงามนุ่งแพรไหม                  ใจดี
มีเพื่อนไปทุกที่                           ถิ่นนี้สาวงาม
เสียงใครเขาเล่าอ้าง     อันใด เนื้อเย็น
เสียงบ่เคยฟังใคร                         ทั่วหล้า
สองเราที่หลับใหล                       ลืมตื่น นวลนาง
วอนพี่คิดเองอ้า                           อย่าได้หลงลืม
            มาถึงทางแห่งฟ้า             ทางโศก
ทางที่เราสัตว์โลก                         ต่างรู้
สายฟ้าหลั่งวิปโยค                       ทั่วทิศ
ใจไม่เคยขบคิด                            ย่อมรู้ เพราะใคร
            ถึงทางชวนร่ำไห้             ใจหา
ใจนี่เหมือนใจกา                         หม่อนไหม้
เคยซบนั่งสบตา                           พี่ทำ หมางเมิน
ใจใคร่อยากเคียงใกล้                  อยู่ด้วยเช้าเย็น
ถึงแดนดินถิ่นไท้          ภูไท
เป็นดั่งสายธารใจ                          ไป่รู้
คนเคนผ่านมาไกล                       ไม่ลืม
เปรียบดั่งไฟลุกซู่                           อยู่คู่ แทนคน
            เดินทางจนพรางเหนื่อย   แรงกาย
ใจไป่คร่ำครวญชาย                      ที่รัก
คนลากวัวพร่ำพราย                     ร่อนแรม
เดินพรางไป่บอกพัก                    ที่บ้าน เลิงถ่อน   
            ถึงปากทางเจอรถ              เวียนวน
ใจที่บวมระคน                               ป่นปี้
ยอมกายเหนื่อยฝืนทน                  ต่อไป ไม่หวั่น
หวังทำเพื่อคนที่                            ค่อยสู้ ส่งเสีย
            จนมาถึงที่รั้ว                      โรงเรียน
ใจไป่จำพากเพียร                         เปลี่ยนสู้
อุปสรรคไม่กลัว                          ฆ่าฟัน ไม่ท้อ
เจอทางล่มจนท้อ                         ก็ไม่หวันเกรง
            จำบอกใจใฝ่สู้                  อุปสรรค
ยังบ่ถึงควรพัก                             หักสู้
แรงใจที่เคยรัก                             ก็อยู่ ในใจ
บอกใจไม่ยอมท้อ                       ตัดพ้ออยู่ใย